Friday, September 27, 2019

พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง


เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่รู้จะทำอะไร
ก็เลยไปเรียนบาร์เทนเดอร์อยู่พักหนึ่ง

เรียนเสร็จต้องตระเวนเป็นบาร์ ในผับ ในร้านอาหารอยู่พักหนึ่ง
ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่โรงแรม
สาเหตุสำคัญก็เพราะว่า...
.. ผมยังไม่มีประสบการณ์ และ...
.. ผมไม่มีใครฝาก (ไม่ได้บอกนะครับต้องใช้เส้น!)

เมื่อผมเข้าโรงแรมได้ (จากการมีเส้นเล็กๆ)
ก็พบว่าทุกๆคน ต้องรู้จักคนนู่น..คนนี้แทบทั้งนั้น

แต่!.. ก็มีพี่บาร์คนหนึ่ง ที่เข้ามาด้วยตัวคนเดียวจริงๆ
ผมเองเป็นคนไม่ค่อยชอบเจรจา ส่วนมากก็จะยิ้มเท่านั้นเป็นใบเบิกทาง

ผมกับพี่เขาถูกชะตากันพอควร
จึงได้นั่งคุยนั่งซดเบียร์กันบ่อย


แกเล่าให้ฟังว่า...
ที่แกเข้าโรงแรมนี้ได้ ก็เพราะแกจีบฝ่ายบุคคล
ผมสงสัยจึงถามแกว่า.. "พี่รู้จักฝ่ายบุคคลมาก่อนเหรอ?"
แกตอบว่า...
"ไม่รู้จักเลย พี่ก็จีบเธอวันสมัคร แล้วก็มาเจออีกทีวันสัมภาษณ์นั่นแหละ"

ผมรีบวางแก้วเบียร์ แล้วจ้องมองไปที่แก
"ผู้หญิงนอกจากจะชอบคำหวานแล้ว
ยังชอบสนใจเรื่องคนอื่นอยู่เสมอ

เวลาทำอะไร อย่าเฉลยทุกอย่างจนหมด
ให้เก็บเป็นความลับไว้ครึ่งหนึ่ง

อย่าแสดงให้รู้ว่าเราชอบเธอ 
แต่ให้เธอค้นหาเองว่าเราชอบเธอหรือเปล่า?

เวลาพูด ต้องพูดให้เหลืออะไรไว้บ้าง เพื่อให้เธอสงสัยถามต่อ
"


... ผมทำงานอยู่กับพี่เขา 2 ปี
แล้วเขาก็ลาออกไป

ตั้งแต่แกลาออก มีพนักงานผู้หญิงแทบทุกแผนกแวะมาถามถึงที่อยู่ของแกแทบทุกวัน
แต่ถามเพียงครั้งสองครั้ง พอไม่ได้คำตอบก็ซาไป

แต่มีอยู่คนหนึ่งคือ "ป้าหัวหน้าแผนกแม่บ้าน"
ที่แวะมาถามไม่เว้นวัน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พี่เขาทำให้ป้าแกสงสัยอะไรกันนักหนา

งานนั้นผมรับของฝากจากป้าแกซะอิ่มเป็นเดือนๆ
เพราะผมปากหนักไม่พูดอะไร ยิ้มอย่างเดียว

#พันบุตร
#หลอมเหล้าในเตากลั่น

ถ้ามา ไม่ต้องมา ถ้าไม่มา ให้รีบมา


"...ถ้ามา ไม่ต้องมา
ถ้าไม่มา ให้รีบมา..."

ผมได้ยินตอนแรกก็งง "ว่ามันคืออะไร..."

ผมจำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากใคร ตั้งแต่เมื่อไร?
รู้แต่ว่ามันทำให้ผมอมยิ้มได้เหมือนกัน


แต่ก่อนนี้การติดต่อระหว่างกันจะมีเฉพาะจดหมาย และโทรเลข
ถ้าเรื่องไม่เร่งด่วนก็ส่งจดหมาย (เพราะกว่าจะถึงเป็นสัปดาห์)
แต่ถ้า..เร่งด่วนก็ต้องโทรเลข (วันสองวันถึงเลย)

แต่ว่าโทรเลขค่าส่งจะแพงกว่ามาก
ฉะนั้นการส่งข้อความจึงต้องกระชับและได้ใจความที่สุด

นี่แหละมันจึงเป็นที่มา...
ให้กับหนุ่มคนหนึ่ง ที่ต้องอยู่ห่างไกลกับสาวคนรัก
จึงได้นัดแนะกันไว้

แต่...ก่อนที่สาวเจ้าจะเดินทางก็ต้องพร้อมจริงๆ

ถ้าถอดรหัสเต็มๆ มันจะได้ใจความว่า....

"ถ้าประจำเดือนมา ก็ไม่ต้องมา"
"ถ้าประจำเดือนไม่มา ก็ให้รีบมา"

ผมก็เข้าใจว่าคงคิดถึงกันมากอะนะ!!


#พันบุตร
#หลอมเหล้าในเตากลั่น

Thursday, September 26, 2019

ผยาอีสาน หรือคาถาชีวิต

ชีวิตคนดินแดนแคว้นอีสาน
มีวัฒนธรรม ประเพณีเฉพาะตน
เป็นวิถีอบอุ่น และเฉียดใกล้ธรรมชาติเป็นที่สุด
.
ผญา หรือ ผะหยา
เป็นสิ่งสืบทอด ที่ติดอยู่กับจิตใจชาวอีสานผู้จากบ้านมา
ให้ระลึกถึงถิ่นบ้านเกิดได้อย่างดี
ดังเช่น...
.
"ทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่
ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น"
.
"ไม่มีเสื้อผ้า ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านก็พออยู่ได้
แต่ถ้าขาดข้าวขาดอาหาร ไหนเลยจะอยู่ได้"
.
#พันบุตร

Thursday, September 19, 2019

ความทรงจำ และบทเพลงที่ยังอยู่


ช่วงนี้งานเยอะก็เลยไม่ค่อยมีเวลาหาเพลงชอบฟังสักเท่าไร
แต่วันนี้ต้องยอมพักงาน ค้นเพลงเก่าๆขึ้นมาฟัง
เพื่อหวลถึงวันเก่า คนเก่า หรือสถานที่เก่า ที่ชวนให้คิดถึง

บทเพลงไม่เคยโกหกความรู้สึกเรา

...เพลงบางเพลง ทำให้คิดถึงคนบางคน
...เพลงบางเพลง ทำให้คิดถึงสถานที่บางสถานที่
และ...เพลงบางเพลง ก็ทำให้คิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา

วันนี้ได้ยิน "ว้าเหว่" ของวงเพื่อน
ทำให้นึกถึงสมัยขายเครื่องตัดไฟยี่ห้อหนึ่งที่อยู่ห้างพันทิพย์
ทุกๆเช้าใครก็ตามที่มาทำงานก่อน ก็จะไปนั่งคอยที่ร้านข้าวชั้น2
ซึ่งมีตู้เพลง แล้วก็เปิด "ว้าเหว่" เพลงนี้เป็นสัญญลักษณ์เอาไว้
แล้วก็ได้บรรยากาศสัพเพเหระ ก่อนที่จะออกตลาดกัน

เพลง "ปาป๊า มาม๊า" ของ Forever
ทำให้นึกถึงซอยหนึ่งในถ.สุขุมวิท
สมัยเมื่อเดินน็อคดอร์ (knock door) ขายหนังสือฝึกพูดภาษาอังกฤษ
กำลังนั่งกินข้าวกับเพื่อนๆ

เพลง "โอ๊ย โอ๊ย" ของ แจ้
ทำให้นึกถึงสุโขทัย สมัยเป็นหน่วยรถขายสินค้าอุปโภคบริโภคยี่ห้อหนึ่งอยู่

และทุกๆเพลงของแกรนเอ็กซ์
ทำให้นึกถึงสมัยเรียนมัธยม
และเพื่อนรอบข้างทุกๆคน

หยุดงานครั้งนี้ ไม่มีคำว่าเสียดายเลยจริงๆ
ถึงมันไม่หวนกลับ แต่ความประทับใจมันหวนคืนได้ก็เพียงพอ..


#พันบุตร
#หลอมเหล้าในเตากลั่น

Friday, February 9, 2018

วิถีคน วิถีโอกาส


เวลาเราเดินออกไปข้างนอก
บนฟุตบาท และริมถนน
เราจะเห็นพ่อค้าแม่ขาย ทำมาหากินขายสินค้าหลากหลายสารพัน

สิ่งเหล่านี้มันกลายเป็น "วิถีชีวิต" ไปซะแล้ว ของทั้งเขาและเรา

ผมเห็นคนขายไข่ปิ้งก็ไม่คิดอะไร?
ผมเห็นคนขายส้มตำก็ไม่คิดอะไร?
ผมเห็นคนขายขนมเบื้อง ขนมปลากริม กล้วยแขก ...ก็ไม่คิดอะไร?

แต่ผมเห็น คนหาบเขียง คนเข็นกระปุกออมสิน คนแบกเก้าอี้หวาย แบกที่นอน
แล้วผมอดคิดไม่ได้แหะ!!


ผมกังวลแทนว่า...

  • แต่ละวันเขาจะขายได้สักชิ้นหรือไม่?
  • แต่ละวันเมื่อเดินไปจนสุดถนนแล้ว เขาจะกลับบ้านอย่างไร?
  • หากขายไม่ได้ แล้วสินค้าเหล่านี้ไปคืนได้หรือไม่?
  • หรือ.. แม้แต่ระหว่างทางปวดท้องปวดไส้ อยากเข้าห้องน้ำแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร?


สรุปคือมันคิดไปสารพัด
มันคงไม่ใช่ธุระแหละครับ ทั้งผมและท่าน
แต่สิ่งที่ผมเห็นด้วยตาเหล่านี้ ก็คือ "ภาพชีวิต"

เราอาจจะเหนื่อยที่จะมอง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เหนื่อยเลยที่จะทำงาน

นี่แหละครับ โอกาสของแต่ละคนมันไม่เท่ากันจริงๆ
"วิถีชีวิต" ก็คงจะต้องประกอบด้วย "ภาพชีวิต"
หลายๆภาพรวมกัน

ท่านหรือผม มี "ภาพชีวิต" เป็นเช่นไรครับ?
ถ้าหากดี ก็ขอให้รักษา และจดจำไว้อย่างนี้นานๆนะครับ

#พันบุตร
#หลอมเหล้าในเตากลั่น

พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยไปเรียนบาร์เทนเดอร์อยู่พักหนึ่ง เรียนเสร็จต้องตระเวนเป็นบาร์ ในผับ ในร้านอาหารอยู่พักหนึ...